Tuesday, 18 May 2021

กรุงไทย-ธนารักษ์เปิด Treasury e-Auction ประมูลทรัพย์ออนไลน์

กรมธนารักษ์-ธนาคารกรุงไทย ร่วมลงนามบนทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาระบบการประมูลขายทรัพย์สิน (NPA) ที่ตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาของศาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์ Treasury e-Auction ระบบประมูลทรัพย์ออนไลน์แบบ Real Time ที่สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า เว็บไซต์ Treasury e-Auction เป็นระบบประมูลออนไลน์ที่มีการออกแบบให้รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์หลายชนิด เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน โดยบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถสมัครสมาชิกประมูลทรัพย์ออนไลน์ โดยใช้ที่อยู่ตามบัตรประชาชนหรือที่ติดต่อได้สำหรับออกใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียม พร้อมวางเงินประกัน 10,000 บาท ผ่านระบบ e-Payment ของธนาคาร เช่น การหักบัญชีธนาคารกรุงไทยแบบ Page2Page ที่สามารถชำระเงินผ่านเว็บไซต์ได้ทันที และการชำระด้วยบัตรเครดิตผ่านระบบ Krungthai Fast Pay หรือชำระด้วย QR Code แล้วสามารถเข้าร่วมประมูลทรัพย์ได้

ทั้งนี้ เว็บไซต์ Treasury e-Auction พร้อมเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2563 และในเร็วๆนี้ ธนาคารจะพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ของระบบประมูลขายทรัพย์ออนไลน์ เพื่อรองรับการชำระเงินค่าทรัพย์ผ่าน e-Payment ต่อไป

**ยันไม่มีแผนปลด พนง.-ดำเนินธุรกิจปกติ**
สำหรับกรณีที่ธนาคารกรุงไทยพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจนั้น นายผยง กล่าวว่า ในส่วนของพนักงานได้มีการประสานกับสหภาพแรงงานของธนาคารให้รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินการตามข้อมูลที่เราได้รับมาอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้จะมีความชัดเจนในมิติต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในทางปฏิบัติขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) และกระทรวงการคลังก็ยังถือหุ้นเกินกว่า 50% เช่นเดียวกับที่เคยถือมานานแล้ว ขณะที่การกำกับดูแลก็เป็นกลไกที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังเช่นเดิม รวมถึงการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ หรือการปล่อยสินเชื่อให้โครงการรัฐ ก็ยังทำอยู่เพราะธนาคารก็ยื่นประมูลเช่นเดียวกับสถาบันการเงินอื่นๆ ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ใดๆ

“การตีความของกฤษฎีกานั้นเป็นการตีความคำนิยามตาม พ.ร.บ.งบประมาณ แต่กฎหมายไม่ได้มีฉบับเดียว จึงต้องดูรายละเอียดแต่ละฉบับว่ามีความนิยามอย่างไร แต่ในเรื่องของการดำเนินงานในขณะนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งผู้ถือหุ้นและการกำกับดูแล สาระตรงนี้ชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของนิติเหตุ ส่วนเรื่องของพนักงานนั้น ธนาคารยืนยันอยู่แล้วว่าไม่มีนโยบายปลดออก แต่จะเป็นการ Reskill หรือ UpSkill ไป แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อมีกรณีของการวินิจฉัยออกมา เราไม่ได้เพิกเฉยได้หารือกับทางคลังอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว และคงมีความคืบหน้าออกมาตามลำดับ”

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์